PHONO Radiant Glow

Phono +Vitamin

 

This is the technique of injecting vitamin through skin cells by using Ultrasound with the high frequency of 1 MHz as a means to increase the amount of absorption faster than applying cream or external medication. The result is moist clear skin from various nutrients such as Vitamin C, Vitamin A, nourishing substance and anti-oxidant substance. Furthermore, the ultrasonic wave create a soft massage at the cellular level causing better circulation which eventually leads to skin cells to receive more nutrients, more toxin released from cells through the lymphatic system and the skin becomes smoother and more radiant.

 

หนาวนี้ดูแลผิวหน้าอย่างไรให้สวยใส

หนาวนี้ ใครๆ อยากมีผิวหน้าที่ดูสวย ใส สู้หนาวได้อย่างสบายๆ ปรึกษาเราได้ที่ พฤษชาติคลินิก เชียงใหม่

สาวๆหลายคนอาจคิดว่าตอนนี้อากาศกำลังสบายๆไม่ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษก็ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วในช่วงนี้ความชื้นในอากาศเริ่มลดลงแล้วค่ะ ดังนั้นผิวของเราจึงมีโอกาสแห้งตึงจนทำให้บางคนรู้สึกว่าผิวเราเปลี่ยนไปนะ เช่น บางท่านรู้สึกว่าช่วงนี้ผิวหน้ามันลดลง หรือคันยิบๆเมื่อออกแดดเนื่องมาจากผิวที่แห้งมีการขยายตัวเมื่อถูกกับความอุ่นของไอแดด นั่นแสดงว่าคุณได้รับอิทธิพลของลมหนาวแล้วค่ะ

หน้าหนาวของเมืองไทยตอนกลางวันยังมีแดดจัด เพราะฉะนั้นที่ขาดไม่ได้เลยคือครีมกันแดดที่มี UV Protection เพื่อปกป้องผิวจากรังสี UVA ที่เป็นสาเหตุของการเกิดจุดด่างดำ และ UVB ที่ทำให้เกิดความหมองคล้ำ และที่สำคัญจะขาดไม่ได้เลยคือการคงความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างสม่ำเสมอ เริ่มตั้งแต่การล้างหน้าควรล้างด้วยน้ำเย็นร่วมกับคลีนซิ่งที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์ หลีกเลี่ยงการใช้โทนิคหรือโทนเนอร์ในช่วงหน้าหนาวนี้ที่สำคัญคือการใช้มอยเจอไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีควรมีคุณสมบัติ คือ สามารถลดการสูญเสียน้ำจากผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวชุ่มชื้นเรียบเนียนขึ้น ดูดซึมเร็ว ออกฤทธิ์ทันที และอยู่ได้นานบนผิวหนังโดยไม่ต้องทาซ้ำหลายครั้ง ไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง และมีราคาไม่แพง  หากตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกตัวไหนดีนั้นสามารถแวะเข้ามาให้หมอช่วยประเมินสภาพผิวได้นะคะ สุดท้ายนี้ที่ไม่ควรลืมคือเมื่อผิวแห้งหน้าแห้ง ควรดื่มน้ำให้มากพอด้วยนะคะ เพียงเท่านี้ก็น่าจะพอรับมือกับหน้าหนาวที่จะมาถึงนี้ได้สบายๆเลยล่ะค่ะ

 

นอกจากนี้เทรมใหม่กำลังมาแรงในแวดวงศัลยกรรมเกาหลีที่คนไทยอย่างเราไม่ควรตกข่าวก็คือ  Skin   booster  เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและลดเลือนริ้วรอยต่างๆ  ทำรอยเหี่ยวย่นและรอยแผลเป็นสิวโดยโมเลกุลของ  Skin  booster  จะถูกเก็บไว้ในผิวชั้นหนังแท้และปล่อยความชุ่มชื่นอย่างต่อเนื่อง  และ  Skin  booster  ยังกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาลสให้ผลิตเส้นใยคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาผิวจะดูชุ่มชื่นตึงกระชับ  เนียนเรียบแลดูอ่อนเยาว์  ริ้วรอยและแผลเป็นสิวลดลง  ลดความหยาบกร้าน  และการสูญเสียน้ำของผิว  ซึ่งจะเริ่มเห็นผลเพียง  2-3  วัน  หลังรักษาค่ะ Skin  Booster  จึงเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่เหมาะกับผิวหน้าหนาวมากๆค่ะ

กินกลูต้าทำให้ขาวได้จริงหรือ

ทุกวันนี้ความขาวกลายเป็นมาตรฐานความงามของ    สาวไทยไปแล้ว ซึ่งวิธีทำให้ขาวก็รุดหน้าตามเทคโนโลยีที่  อะไรก็ได้ขอให้ขาวไวที่สุด ทางลัดอย่างการกินอาหารเสริม  จนกระทั่งถึงขั้นฉีดสารอันจะเรียกว่ายาทางการแพทย์ก็ได้  นั้น จึงกลายเป็นที่นิยมของสาวไทยยุคนี้อย่างมาก และ  กลูต้าไธโอน (Glutathione) ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อ  กันมาทำให้ผิวขาวได้ตลอดช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา …แล้วเรื่อง  ทั้งหมดที่ว่ามาเป็นความจริงอย่างนั้นหรือ

      กลูต้าฯ เป็นโปรตีนขนาดเล็กที่ประกอบไปด้วยกรดอะมิ  โน 3 ชนิดคือ ซิสเทอีน (Cysteine), กลูตามิค (Glutamic Acid) และไกลซีน (Glycine) พบได้ทุกเซลล์ในร่างกายมีบทบาทสำคัญในกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและช่วยตับในการขจัดสารพิษออกจากร่างกายและมีคุณสมบัติทางอ้อมที่ไปยับยั้งการทำงานของเซลล์เม็ดสีนี่เองจึงเป็นที่มาของการนำกลูต้าฯ มาใช้ในวงการความงาม

สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้จำหน่ายได้เฉพาะรูปแบบรับประทาน (กรดอะมิโน) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและครีมทาผิวเท่านั้น ส่วนรูปแบบฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลความปลอดภัยที่เพียงพอ

ดังนั้นทางพฤกษชาติคลินิกจึงขอเสนอเคล็ดลับ 4 ข้อในการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกลูต้าฯ เพื่อสุขภาพที่ดีนั่นก็คือ
1.หมั่นกินอาหารที่อุดมด้วยซัลเฟอร์อย่างกระเทียม หัวหอม และ ผักตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ บรอกโคลี คะน้า ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลี วอเตอร์เครส เป็นต้น
2. กินเวย์โปรตีนประเภท Bioactive ซึ่งเป็นแหล่งกรดอะมิโนซิสเทอีน
3. ออกกำลังเป็นประจำครั้งละ 50 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยแอโรบิกบำรุงหัวใจ 30 นาที เช่น เดินเร็ว จ็อกกิ้ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน สลับกันไป และออกกำลังเสริมความแข็งแรงของร่างกายด้วยการยกเวตอีก 20 นาที
4. กินอาหารเสริมอย่าง N-AcetylCysteine, Alpha Lipoic Acid, วิตามินบี 6 และ 12, ซีลีเนียม, วิตามินซีและอี และ Milk Thistle

MESO MAX (skin care at cellular level)

Mesotherapy

  •                The procedure involves injecting medications and vitamins into the skin without using any needles.

  •       The Meso Max is the latest technology that uses electrical wave that can push pharmaceutical mixture into the skin instead of the traditional method of using a needle but the result is equivalent to using one. Meso Max is a painless procedure that leaves no visible bruises usually caused by needles and the medication mixture can be injected to cellular level deeper than the use of Iontophoresis or Phonophoresis tool. Presently, it is used to inject medication and vitamins to treat facial skin problems such as reducing blemishes, freckles and skin dullness while nourish the skin, reduce wrinkles and reduce cellulite. It can also treat hair loss as well as stimulate hair growth. It is recommended that 1 treatment be given per week.

MASK มากส์วิตามิน

Mask มากส์วิตามิน

ช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวเรียบเนียนกระจ่างใส ลดการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และความหมองคล้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นไม่แห้งกร้าน มีสุขภาพดีและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ผิว

ABTOS Facial Lift

ABTOS treatment provides results equivalent to that of surgical operation

but only need 10-15 นาที for each area, quick recovery within 2-3 days.

No risk of permanent scars or dangers from
ABTOS thread that can dissolve within 360 days.
-Tiny hooks that can be seen only under a microscope.

-Stiches are firmly attached to tissue fiber and muscle under the skin making it strong and firm.

1. Visible immediate results 
-ABTOS Lift provides satisfactory effects without going through surgery. 
-Naturally firm skin after 2-3 weeks; also give your face a rest at least 2-3 weeks.
-Able to return to daily activities after 2-3 days.
-Results expected to last around 2 years depending on each case.
2. A tiny needle mark on the skin 
-ABTOS is inserted under the skin by a special needle leaving minor incision in the skin.
3. ABTOS can be combined with other treatments such as peelings, filler, Botox as well as surgical face lift for best results.
4. Local Anesthetic on treatment area at least 10-15 minutes; the entire face should take 30-40 minutes.
5. Limitations from receiving treatment 
-Chosen area is infected.
-Chosen area is cancer ridden.
-Has blood clotting disease.
-Inflammation on chosen area.
6. Recommendations on activities to avoid 2-3 after receiving treatment
-Intense muscle movement of the treated area 
-A Facial 
-Exercising
-Sauna

botox chiangmai

botox chiangmai

I ordered it with Botox.
In these days, whether women or men to take care of themselves. In order to look good always. In order to strengthen confidence in the personality himself. Because of the great personalities that will give us a better life. Create opportunities for themselves. Considered the passport to the future and change your life for ever.
Technology is becoming a very popular question. Both in India and abroad in the field of beauty, it is inevitable to inject Botox. Botox injections. Like face Korean. Make us look better, have more confidence in glory for himself. This is good because in the latter half victory.

Botox is also effective face to help rejuvenate your skin.

Botox reduces deep wrinkles on the face, chin, eye holes , and can also provide eyebrow shaping eyebrows with pages. Edit the mouth digest with the amount you use is up to the healthcare professional . Medical care will be an expert . In addition, medical care should be an art .
The subject matter of Botox will take us 3-8 months to approximately will gradually disappear. It is not harmful in any way back. However, the use of Botox must be used by a doctor who has experience and expertise in the use of Botox as well. With over 10 years of clinical experience . Every beauty -conscious users in Chiang Mai and nearby Ensure that we provide our services to you safely. And delivers a pretty nice user needs it.

Botox เชียงใหม่

Botox เชียงใหม่ ความงามหลังรอยเข็ม

ทุกวันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้ก้าวหน้าไปมาก ไม่เพียงแต่นวัตกรรมในการรักษาพยาบาลเท่านั้น หากแต่ก้าวล้ำไปจนถึงเทคโนโลยีเพื่อความสวยความงาม เรียกได้ว่าอยากสวย อยากหล่อไม่ต้องทำบุญเพื่อรอชาติหน้า หากแต่สามารถน่าตาดีได้ทันใจ ด้วยวิถีแห่งการศัลยกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกำจัดริ้วรอยแห่งวัย การทำใบหน้าให้เรียวงาม หรือการยกกระชับใบหน้าและรอบดวงตาด้วย “โบท็อกซ์” เทคโนโลยีที่กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน

โบท็อกซ์ (Botox) เป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสทริเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) โดยแบคทีเรียชนิดนี้สามารถสร้างสารพิษที่ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษอย่างรุนแรงได้ มีอยู่สองประเภทได้แก่ โบทูลินั่ม เอ (Botulinum A) และโบทูลินั่ม บี (Botulinum B) ซึ่งเป็นสารชนิดนิวโรท็อกซิน (Neurotoxin) ที่จะไปรบกวนการทำงานของระบบประสาท ซึ่งเป็นสารประเภทเดียวกับที่พบในพิษของสัตว์ อย่าง แมงมุมและงู โดยพิษนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะส่งผลให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตชั่วคราว ซึ่งหากได้รับในปริมาณมากๆ ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้อาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นการใช้สารโบท็อกซ์ควรอยู่ในการดูแลจากแพทย์เท่านั้น

การใช้โบท็อกซ์ในระยะแรกนั้น เป็นที่นิยมของสาวๆ (สูงวัย) ที่ใช้เพื่อการลบเลือนริ้วรอยเรียกความเต่งตึง กระชับ ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยรอบดวงตา รอยย่นบนหน้าผาก หรือกล้ามเนื้อหย่อนคล้อย  แต่ในปัจจุบัน โบท็อกซ์ กลับเป็นที่นิยมของคนหนุ่มสาวมากขึ้น เนื่องจากสามารถใช้เพื่อการปรับแต่งรูปหน้า ทำให้มีใบหน้าที่เรียวเล็ก กระชับ พร้อมทั้งดึงส่วนที่หย่อนคล้อยหรือไม่เข้ารูป อย่างเช่นปัญหาหนังตาตก หรือร่องแก้มลึก เป็นต้น แต่ความงามที่มาจากผลของการฉีดโบท็อกซ์นั้น จะอยู่ได้เพียงชั่วคราวประมาณ 6-9 เดือนเท่านั้น จึงต้องมีการฉีดซ้ำอยู่เรื่อยๆ

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ (US. FDA) ได้ประกาศรับรองการใช้ Botox  เชียงใหม่ เพื่อความงามเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง คือการใช้เพื่อลดรอยย่นบริเวณหางตา ซึ่งเรารู้จักกันดีว่า รอยตีนกา อันเป็นจุดที่แสดงให้เห็นเป็นรอยยับย่นซึ่งเกิดขึ้นระหว่างยิ้ม หัวเราะเต็มที่ และเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนไปแล้วรอยยับนี้จะเห็นชัดเจนขึ้นแม้จะไม่ได้ยิ้มก็ตาม มีคนสงสัยกันมากว่าแล้วที่ผ่านมามีการใช้ Botox เชียงใหม่ สำหรับลดรอยย่นหลายแห่งเหลือเกิน แล้ว อย.ไม่ได้รับรองหรืออย่างไร คำตอบคือไม่ทุกตำแหน่งครับ ดังนั้นวันนี้จึงขอรวบรวมข้อบ่งชี้ของการใช้ Botox ที่ได้รับการรับรองที่ผ่านมาให้ท่านได้อ่านเพื่อจะได้ทราบว่า ที่มีการฉีด ๆ กันอยู่ทุกวันนี้เป็นการฉีดที่ อย.เขารับรองหรือไม่ แล้วอันไหนที่เขาไม่รับรอง แล้วเราไปฉีดจะมีผลอย่างไร

สรุปข้อบ่งชี้ สำหรับ Botox เชียงใหม่ที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยและมีข้อมูลชัดเจนว่าได้ผลและสามารถใช้ได้ทั่วไปโดยแพทย์ถึงปัจจุบันนี้ได้แก่ 1. สำหรับการรักษาโรค สามารถใช้รักษาโรค ปวดหัวไมเกรนเรื้อรัง (chronic migraine), ภาวะเหงื่อออกใต้รักแร้มากผิดปกติ (underarm sweating, hyperhidrosis), ภาวะกล้ามเนื้อตาหดเกร็ง (eyelid spasm), ภาวะตาเหล่เข (strabismus), ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งเนื่องจากโรคทางระบบประสาทต่าง ๆ (spastic or hypertonic myopathy) 2. สำหรับความงาม (Botox cosmetic) ที่ได้รับการรับรองคือการใช้เพื่อลดรอยย่นบนใบหน้า สองตำแหน่งคือ รอยย่นหว่างคิ้ว, และรอยย่นตีนกา

จะเห็นได้ชัดว่าในตลาดความงาม และสถานพยาบาลต่าง ๆ ที่ใช้กันทั่วโลกขณะนี้ มีการใช้ Botox สำหรับความงามในข้อบ่งชี้ที่ไม่ได้รับการรับรองจาก อย. มากมายด้วยกัน (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้แปลว่าใช้ไม่ได้ เพราะขั้นตอนของการขอการรับรองจะต้องมีการศึกษาและรวบรวมข้อดีข้อเสียอย่างละเอียดยิบก่อนจึงนำข้อมูลไปขออนุมัติรับรอง จึงใช้เวลานานมากกว่าจะผ่านออกมาได้ในแต่ละจุด) การฉีดในลักษณะนี้เราเรียกว่าการใช้แบบ off label usage คือใช้ในแนวทางที่ยาไม่ได้บ่งชี้ไว้ตั้งแต่แรก การใช้ Botox เพื่อความงามในจุดอื่น ๆ ในปัจจุบันมีหลายตำแหน่งที่นิยมกัน และสามารถที่จะอธิบายได้ถึงกลไกการออกฤทธิ์ ได้แก่ การใช้ลดรอยย่นหน้าผาก, การใช้เพื่อทำให้หน้าเรียวเล็ก, การใช้เพื่อลดภาวะคอห้อยเป็นเหนียง, การใช้เพื่อลดน่อง, การใช้เพื่อแก้ไขรอยพับห้อยที่ข้างจมูก มุมปาก, การใช้เพื่อแก้ไขคางเป็นร่องหดเกร็ง เป็นต้น แต่ยังมีการนำ Botox ไปใช้อีกหลายตำแหน่งมากในด้านความงามโดยไม่สามารถอธิบายกลไกการออกฤทธิ์และพิสูจน์ไม่ได้ว่าได้ผลจริงอีกมากมายเช่น การใช้เพื่อยกหน้าแทนการผ่าตัด การใช้เพื่อจะทำให้หน้าใส ลดรูขุมขน ลดหน้ามัน การใช้เพื่อทำให้หน้าอกตึงตั้ง เป็นต้น ซึ่งผู้ที่ต้องการจะใช้ควรจะทราบว่าอาจจะเป็นการใช้โดยเสียเงินเปล่าเพราะไม่มีการรับรองผลการใช้และไม่สามารถอธิบายได้ว่าจะได้ผลได้อย่างไรตามหลักวิชาการ และยังอาจจะเกิดผลข้างเคียงตามมาได้หลังการฉีดอีกด้วย

พูดถึงผลข้างเคียงของการใช้ Botox ก็ควรจะทบทวนอีกเล็กน้อยว่า การฉีดก็อาจจะมีผลข้างเคียงได้เช่นกันได้แก่ 1. ผลจากยา ได้แก่การกลืนลำบาก การหายใจติดขัด ซึ่งมักจะเกิดในกรณีที่ฉีดยาด้วยขนาดยาที่สูง แม้จะไม่ค่อยพบในการฉีดขนาดน้อยในกรณีใช้เพื่อความงามก็ตาม 2. ผลจากการฉีดที่ผิดตำแหน่ง หรือการซึมกระจายของยาไปยังตำแหน่งอื่น อาจจะเกิดเปลือกตาตก อ่อนแรง ยกคิ้วไม่ขึ้น ยิ้มไม่เป็นธรรมชาติ 3. ผลจากการฉีดโดยตรง เช่นการเกิดจ้ำเลือด รอยฟกช้ำ เป็นต้น โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, อาหารเสริมบางชนิด เป็นต้น แล้วไม่ได้แจ้งแพทย์ทราบก่อน

สรุป Botox เป็นยาที่มีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อที่มีการใช้เพื่อจุดประสงค์ด้านการรักษาและความงาม อย่างแพร่หลาย และปัจจุบันนี้มีการใช้โดยมีการรับรองจากอย.เพียงรอยตีนกาและหว่างคิ้วเท่านั้น แต่ก็มีการใช้โดยไม่ผ่านการรับรองอีกมากมายหลายตำแหน่งด้วยกัน และสามารถใช้ได้หากแพทย์มีความรู้ความชำนาญเพียงพอ ทั้งนี้การฉีดควรจะได้มีการสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการฉีดจากแพทย์โดยถ่องแท้เสียก่อนทั้งขนาดของยา วิธีการบริหารยา ก่อนที่จะตัดสินใจใช้ยาชนิดนี้ในตำแหน่งที่ไม่ได้รับการรับรองการใช้ในปัจจุบันนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงและเสียเงินโดยไม่ได้ผล